หลักการเลือกมอเตอร์เกียร์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน

0 Comments
มอเตอร์เกียร์

มอเตอร์นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ใครหลายต่อหลายคนนั้นคงจะรู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการกำเนิดแหล่งพลังงานทำให้เครื่องจักรนั้นเกิดการเคลื่อนที่หรือเคลื่อนไหวขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น การหมุนของใบพัดของพัดลมที่แรงหมุนนั้นจะเกิดจากการหมุนของแกนที่เชื่อมต่อกับมอเตอร์ ซึ่งหน้าที่หลัก ๆ ของมอเตอร์นั้นก็คือการเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดมาเป็นพลังงานกลที่ใช้ในการขับเคลื่อนอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่ถ้าเมื่อพูดถึงอุปกรณ์ที่ชื่อมอเตอร์เกียร์นั้นหลาย ๆ คนอาจจะงงได้ วันนี้เรามีคำตอบของคำถามนั้นกันครับ 

มอเตอร์เกียร์คืออะไรกันล่ะ 

มอเตอร์เกียร์นั้นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ลดความเร็วรอบการหมุนของแกนหมุนจากมอเตอร์ที่ใช้ปั่นนั่นเอง เพราะในงานบางประเภทนั้นการทำงานของมอเตอร์ปกติจะไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมบางประเภทได้ ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมการผลิตอาหารที่ต้องมีการใช้สายพานในการลำเลียงผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิต ซึ่งการหมุนของรอบมอเตอร์ที่เพิ่มมากขึ้นนั้นจะทำให้การลำเลียงนั้นมีความเร็วในการขนส่งมากเกินไป อาจจะส่งผลต่อคุณภาพและความเสียหายต่อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ได้ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ชนิดหนึ่งซึ่งสามารถที่จะช่วยในการลดกำลังของมอเตอร์ลง สิ่งนั้นก็คือ มอเตอร์เกียร์นั่นเอง 

หลักการเลือกมอเตอร์เกียร์ที่เหมาะสม 

หลักการเลือกมอเตอร์เกียร์ที่เหมาะสมนั้นเราจะต้องทราบถึงประเภทของอุตสาหกรรมของเราก่อนว่าจำเป็นต้องใช้เกียร์ประเภทใดจึงมีความเหมาะสม ซึ่งประเภทของมอเตอร์เกียร์นั้นจะแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้ 

  1. มอเตอร์เกียร์สะพาน 

สามารถทำงานได้หลากหลายภาคอุตสาหกรรม ตามหน้างานในแต่ละประเภท เช่นการขนส่ง การลำเลียงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีข้อเสียคือการทำงานของเกียร์นั้นไม่สามารถหมุนได้เอง ต้องอาศัยการหมุนของสายพานเป็นแรงขับเคลื่อน 

  1. มอเตอร์เกียร์ทรงกระบอก 

เป็นมอเตอร์เกียร์ที่เหมาะกับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมการทำงานที่ใช้ระยะเวลาอย่างยาวนานในการผลิต มีเสียงการกระทบกันนั้นเบา มีความทนทานเป็นอย่างมาก แต่มีข้อเสียตรงที่ขนาดของมอเตอร์เกียร์นี้จะมีขนาดที่ใหญ่ มีความเร็วรอบในการหมุนที่สูง 

  1. มอเตอร์เกียร์ทรงตัวหนอน 

เป็นมอเตอร์เกียร์ที่มีอัตราการทดรอบของมอเตอร์นั้นสูง ไม่ก่อให้เกิดเสียงที่ดังในขณะทำงาน ไม่เหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนที่สูงเพราะจะทำให้เกิดความสิ้นเปลืองของพลังงานแต่ความเร็วรอบนั้นที่ได้ออกมานั้นต่ำ  

  1. มอเตอร์เกียร์ทรงแฉกหรือดาว 

เหมาะกับงานที่มีการใช้กำลังในการถ่ายโอนพลังงานที่สูง มีความทนทานเป็นอย่างมาก แต่มีข้อเสียคือมีจำนวนฟันเฟืองที่เยอะทำให้ประกอบหรือซ่อมแซมได้ยาก 

  1. มอเตอร์เกียร์ชนิดเสี้ยม 

ฟันเฟืองนั้นจะถูกออกแบบมาให้ขนาดซึ่งกันและกัน ทำให้การทำงานนั้นสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่ก่อให้เกิดเสียงที่ดัง เหมาะกับการนำไปใช้ในการเปลี่ยนทิศทางในการขนส่ง 


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *